ข้อบังคับสมาคมวิศวกรหม้อน้ำ และภาชนะมีความดันไทย

หมวดที่ 1
ชื่อ เครื่องหมาย ที่ตั้ง

ข้อ 1   สมาคมนี้มีชื่อว่า

“ สมาคมหม้อน้ำและภาชนะรับความดันไทย” มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า
“THAI ASSOCIATION OF BOILER AND PRESSURE VESSEL”

ข้อ 2   เครื่องหมายของชมรม

ข้อ 3 สำนักงานของสมาคม

ตั้งอยู่ที่ 487 ซ.รามคำแหง 39 (ซ.เทพลีลา1) ถ.รามคำแหง แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

 

หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์

ข้อ 4 สมาคมฯ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

4.1  เพื่อส่งเสริมงานด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน แก่สมาชิกและสังคมโดยรวม

4.2  เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่สมาชิก

4.3  เพื่อสนับสนุนและประสานงานระหว่างสถานประกอบการที่มีการใช้ การผลิต การนำเข้าหรือซ่อมหม้อน้ำ
       และภาชนะมีความดัน กับวิศวกร และหน่วยราชการ

4.4  เพื่อเสนอแนะกฎหมายเกี่ยวกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดันให้สอดคล้องกับความสามารถในการปฏิบัติและเป็นที่ยอมรับของสากล

4.5  เพื่อสร้างมาตรฐานเกี่ยวกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดันของประเทศไทย

4.6  เพื่อร่วมมือและประสานงานเกี่ยวกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดันกับหน่วยงาน หรือ สมาคมฯ ชมรม ทั้งในและต่างประเทศ

4.7  เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ภายในกลุ่มสมาชิก

4.8  ไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการเมือง

หมวดที่ 3
กิจกรรม

ข้อ 5 เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ชมรมจะดำเนินกิจกรรมต่อไปนี้

5.1  เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน

5.2  จัดอบรมหรือสัมมนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่ สมาชิกและผู้เกี่ยวข้อง

5.3  จัดให้มีบริการด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่สถานประกอบการ

5.4  จัดหาทุนให้สมาชิกเพื่อศึกษาและวิจัยด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน

5.5  ส่งเสริมให้มีความร่วมมือและความสามัคคีในกลุ่มสมาชิก

5.6  ส่งเสริมให้สมาชิกได้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม

5.7  ส่งเสริมการประสานงานความร่วมมือทางวิชาการด้านหม้อน้ำและภาชนะมีความดันแก่ หน่วยงานของรัฐ และเอกชน        ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

 

หมวดที่ 4
สมาชิกภาพ

ข้อ 6 สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท

6.1  สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท หรือเอก ทางด้านวิศวกรรม สาขาเครื่องกลจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศหรือต่างประเทศ หรือผู้ที่เป็นสมาชิกวิสามัญ มาเป็นเวลา 3 ปี อย่างต่อเนื่อง

6.2  สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

6.2.1 ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาใดสาขาหนึ่งทางวิศวกรรมศาสตร์ และปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับ หม้อน้ำและภาชนะมีความดัน

6.2.2 ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางวิทยาศาสตร์หรือสาขาอื่น ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน

6.2.3 ผู้ควบคุมหม้อน้ำ ที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่ทางราชการ ยอมรับและคณะกรรมการบริหารมีความเห็นชอบ

6.2.4 นิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ขึ้นไป

6.2.5 ผู้สนใจทั่วไป

6.3   สมาชิกประเภทสถาบัน และนิติบุคคล ได้แก่ หน่วยงานราชการองค์กรที่เป็นนิติบุคคลหรือสถานประกอบการที่ทำงาน เกี่ยวข้องกับหม้อน้ำ และภาชนะมีความดัน

 ข้อ 7 การเข้าเป็นสมาชิก

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบวิธีการและเงื่อนไขที่สมาคมฯ กำหนดไว้ต่อเลขาธิการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2 คน เมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ พิจารณาใบสมัครแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งให้ผู้สมัครทราบผลการพิจารณาว่า จะรับหรือไม่รับ เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ภายใน 30 วัน

ข้อ 8 ค่าบำรุง

สมาชิกสามัญ

8.1 เสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ 500 บาท

สมาชิกวิสามัญ

8.2 เสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ 300 บาท

8.3 นิสิตนักศึกษา 100 บาท

สมาชิกประเภทสถาบันและนิติบุคคล

8.4 เสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ 2,000 บาท

ข้อ 9 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

9.1 สิทธิของสมาชิก

      • ได้บัตรประจำตัวสมาชิกและมีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมฯ
      • มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมฯ ต่อคณะกรรมการบริหาร
      • มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่สมาคมฯจัดตั้ง
      • มีสิทธิได้รับเอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์จากสมาคมฯ
      • สมาชิกสามัญเท่านั้น มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และมีสิทธิเป็นกรรมการบริหารของสมาคมฯ
      • มีสิทธิเข้าประชุมใหญ่ของสมาคมฯ

9.2 หน้าที่ของสมาชิก

      • จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมฯ โดยเคร่งครัด
      • ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ
      • ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมฯ
      • ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมฯ ให้แพร่หลาย
      • แจ้งให้นายทะเบียนสมาคมฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อมีการย้ายที่อยู่หรือที่ทำงานหรือเปลี่ยนชื่อและนามสกุล

ข้อ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

10.1 ตาย

10.2 ลาออก

10.3 ประพฤติตนเป็นที่น่ารังเกียจหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่ชื่อเสียงของสมาคมฯ อย่างร้ายแรงตามที่คณะกรรมการบริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของคณะกรรมการทั้งหมดมีมติให้ออก

10.4 ขาดการชำระเงินบำรุงติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยชมรมฯ มีหนังสือทวงถามแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง

 

หมวดที่ 5
การประชุมใหญ่

ข้อ 11 การประชุมใหญ่ของสมาคมฯ ให้กระทำโดยประธานสมาคมฯ เป็นผู้เรียกประชุม เพื่อพิจารณาระเบียบวาระดังต่อไปนี้

11.1 แถลงรายงานประจำปีของคณะกรรมการบริหาร

11.2 รายงานการเงินของสมาคมฯ ในรอบปีที่ผ่านมาพร้อมทั้งเสนองบประมาณในปีต่อไป

11.3 เลือกตั้งกรรมการบริหารเมื่อถึงกำหนดตามวาระ

11.4 เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี

11.5 ปรึกษาพิจารณากิจกรรมอื่นๆ

ข้อ 12 การประชุมใหญ่สามัญซึ่งจัดให้มีขึ้น จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าประชุมด้วยไม่น้อยกว่า 50 เสียง จึงเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่สมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้ประธานสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดการประชุมครั้งก่อน ในการประชุมคราวนี้สมาชิกมาประชุมเท่าใดก็ได้ ให้ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ 13 การประชุมใหญ่วิสามัญจะจัดให้มีขึ้นได้ต่อเมื่อ คณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ มีมติด้วยเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการบริหารทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ คณะกรรมการบริหาร ของสมาคม การประชุมใหญ่วิสามัญซึ่งจัดให้มีขึ้น ถ้าหากมีสมาชิกสามัญเข้าประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้นายกสมาคมประกาศว่าการประชุม เป็นอันสิ้นสุด

ข้อ 14 การประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมฯ อุปนายก ไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการบริหาร ที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนี้

ข้อ 15 การประชุมใดๆ ให้ถือเอามติของคะแนนเสียงข้างมาก
ในที่ประชุมเป็นข้อตัดสินในกรณีคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 16 หนังสือประชุมใหญ่ ให้ส่งทางไปรษณีย์ไปยังสมาชิกก่อนวันนัดประชุม ไม่น้อยกว่า 15 วัน
การนัดประชุมดังกล่าวให้ระบุวัน เวลา สถานที่ และวาระของการประชุมด้วย

หมวดที่ 6

การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 17 คณะกรรมการบริหารชุดเดิมจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ภายใน 6 เดือน นับแต่กรรมการชุดเดิมหมดวาระ

ข้อ 18 ให้สมาชิกสามัญออกคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกสมาคม 1 คน อุปนายก 3 คน และเลขาธิการ 1 คน จากบัญชีรายชื่อที่เลขาธิการประกาศไว้ว่ามีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสมาคม

ข้อ 19 ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งสมาชิกสามัญให้ดำรงตำแหน่ง เหรัญญิก นายทะเบียน ปฏิคม วิเทศสัมพันธ์ และประชาสัมพันธ์

ข้อ 20 ให้สมาชิกสามัญ เลือกกรรมการกลางจำนวน 5 คน กรรมการตามความในข้อ 18, 19 รวมกันเรียกว่า “ คณะกรรมการบริหารสมาคม” ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 15 คน

ข้อ 21 ในระหว่างที่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ยังมิได้รับตำแหน่งให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมบริหารงานไปพลางก่อน จนกว่าจะมอบหมายหน้าที่ให้เสร็จ ภายในเวลาอันสมควร

ข้อ 22 กรรมการบริหารอยู่ในวาระหนึ่งไม่เกิน 2 ปี

ข้อ 23 นายกสมาคมฯ จะอยู่ในวาระได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน

ข้อ 24 ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง และในการประชุมคณะกรรมการบริหารต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่ง จึงจะครบองค์ประชุม

ข้อ 25 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

    • ออกตามวาระ
    • ลาออก
    • ขาดจากสมาชิกภาพ ตามข้อ 10
    • ขาดการประชุมติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง โดยไม่มีเหตุผลที่สมควรและที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโดยเสียงข้างมากมีมติให้ออก

ข้อ 26 ถ้ากรรมการตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดว่างลงก่อนถึงวาระ คณะกรรมการบริหารอาจจะพิจารณาเชิญสมาชิกที่เหมาะสม เข้าเป็นกรรมการแทนในตำแหน่งที่ว่างและกรรมการผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทน

 

หมวดที่ 7
การบริหารสมาคม

 

ข้อ 27 การบริหารงานของสมาคมฯ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

    • การบริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
    • กำหนดระเบียบ กฎ ข้อบังคับและวิธีการการปฏิบัติซึ่งไม่ขัดต่อข้อบังคับของสมาคม
    • มีอำนาจแต่งตั้งบุคคลและคณะอนุกรรมการต่างๆ เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
    • มีหน้าที่ในการหาทุนอุดหนุนการวิจัยและกิจกรรมอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
    • ประธานชมรมมีหน้าที่เป็นประธานในการบริหารงานของสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาคม ในกิจการภายนอกตามมติของคณะกรรมการบริหารฯ และเป็นประธานในที่ประชุม คณะกรรมการบริหารและการประชุมใหญ่ของสมาคม
    • อุปนายกมีหน้าที่ทำการแทนนายกในกรณีที่นายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ และเป็นผู้ช่วยนายกสมาคมและปฏิบัติการใดๆ ตามที่นายกสมาคมมอบหมายในกรณีทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งการแทน
    • เลขาธิการมีหน้าที่นัดประชุมกรรมการบริหาร ประชุมใหญ่ บันทึกและเก็บรักษารายงานการประชุม ติดต่อกับสมาชิกหรือบุคคลภายนอกในเรื่องทั่วๆ ไป และกิจการอื่นๆ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการอื่นใดโดยเฉพาะ
    • เหรัญญิก มีหน้าที่รับ-จ่ายและเก็บรักษาเงิน ตลอดจนทำบัญชีและเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับเงิน
    • นายทะเบียนมีหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนสมาชิกตลอดจนเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเป็นสมาชิก และเร่งรัดการชำระเงินค่าบำรุงสมาชิกภาพ
    • ปฏิคมมีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคม
    • วิเทศสัมพันธ์มีหน้าที่ ติดต่อประสานงานกับต่างประเทศ ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมาคม

27.12 ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เผยแพร่กิจการของสมาคม

 

หมวดที่ 8

การเงินและการบัญชี

ข้อ 28 การเงินของสมาคมให้จัดการไปตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร

ข้อ 29 เงินของชมรมจะเก็บรักษาไว้เป็นเงินสดได้ในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท นอกจากนั้นแล้วให้นำฝากในธนาคาร หรือสถาบันการเงินโดยมีธนาคารรับรองในนามของสมาคม การสั่งจ่ายเงินของสมาคม ให้นายกสมาคมและเหรัญญิกหรือเลขาธิการลงนามร่วมกัน

ข้อ 30 นายกสมาคมมีอำนาจในการอนุมัติสั่งจ่ายเงินของสมาคม ได้ไม่เกินคราวละ 10,000 บาท ถ้าเกิน 10,000 บาท ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร

ข้อ 31 สมาคมฯ ต้องเก็บรักษาเงินของสมาคมไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ ไว้เป็นทุนสำรอง การจ่ายเงินทุนสำรองจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

ข้อ 32 ให้เหรัญญิกจัดให้มีบัญชีการเงินของสมาคม พร้อมด้วยใบสำคัญและหลักฐานการเงินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชีและให้ตรงต่อความจริงเสมอ หลักฐานเกี่ยวกับการเงินให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของนายกสมาคม เหรัญญิกและเลขาธิการ

ข้อ 33 ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งผู้สอบบัญชีอนุญาต ซึ่งมิใช่กรรมการของสมาคมฯ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคมฯ จำนวน 1 คน ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบบัญชีเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการเงินต่างๆ ของสมาคมฯ และมีอำนาจเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม หรือให้ส่งมอบเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการเงินของสมาคมฯ ได้

ข้อ 34 ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นงวดบัญชีสมาคม เมื่อถึงวันสิ้นงวดแล้ว ให้เหรัญญิกทำการปิดบัญชีของสมาคม โดยมิชักช้าแล้วจัดส่งงบดุลให้ผู้สอบบัญชีทำการตรวจและรับรอง

ข้อ 35 ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีและงบดุล ซึ่งผ่านการตรวจสอบและรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม แจ้งให้สมาชิกทราบ

 

หมวดที่ 9

การแก้ข้อบังคับของสมาคม

ข้อ 36 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับนี้จะกระทำได้โดยมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ 37 สมาคมฯ นี้จะยกเลิกได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ 38 เมื่อสมาคมฯ ต้องการยกเลิกไปตามข้อ 37 ให้ทรัพย์สินของสมาคมทั้งหมดตกเป็นสมบัติของสถาบันการศึกษาสถาบันใดสถาบันหนึ่ง หรือหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับหม้อน้ำและภาชนะมีความดัน ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

 

 

 
 

Home | About us | Committee | Member | Academic | News | Webboard | Contact Us
THAI ASSOCIATION OF BOILER AND PRESSURE VESSEL : © 2010